กฎของปีหนึ่งข้อที่ 2 : ต้องตอบคำถามพี่ว้ากให้ได้ทุกข้อ
“ใครให้พวกคุณเงยหน้าขึ้นมา หมอบลงไปให้หมด!!”
อย่าเข้าใจผิด...นี่ไม่ใช่การฝึกทหารแต่อย่างใด เพราะมันคือคำสั่งจากความหวังดีของเฮดว้ากปีสามชื่ออาทิตย์ ที่อยากจะให้ร่างกายน้อง ๆ ได้รับวิตามิน D จากแดดตอนเที่ยง
...ถูกต้องครับ...แดดตอนเที่ยงตรง กลางสนามฟุตบอล ส่องจนหน้าแทบไหม้ เหงื่อนี่ชื้นท่วมเต็มหลัง แต่เขาก็ยังคงรักษาท่าทางนิ่งประหนึ่งว่าผิวหนังสังเคราะห์แสงจนชิน ไม่ออกอาการสะทกสะท้าน เพื่อข่มขวัญน้อง ๆ ที่ก้มลงไปนอนคว่ำอยู่กับพื้นหญ้าเลอะดิน เพราะถูกลงโทษด้วยสาเหตุเพียงประการเดียว
“พวกผมนัดพวกคุณกี่โมงครับ”
เสียงอ้อมแอ้มของน้อง ๆ พึมพำตอบกลับหึ่ง ๆ เหมือนผึ้ง จนเฮดว้ากต้องเปลี่ยนเป็นเร่งเสียงตะโกนจนดังลั่นทั่วสนาม
“พูดให้มันชัด ๆ พวกผมนัดคุณกี่โมง!!”
“เที่ยงครับ/ค่ะ”
...เออ...ก็แค่เนี่ย! ถามดี ๆ ไม่ชอบต้องให้ตวาดจนเจ็บคอ สนามก็กว้างไม่ใช่แคบ ๆ เหมือนอยู่ในห้องประชุมเชียร์เสียงจะได้ก้อง
น้องไม่รู้รึไงครับว่าพี่ว้ากทุกคนต้องกลับไปซดน้ำผึ้งผสมมะนาว จนมะนาวแทบขายหมดตลาดอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดก็ต้องอดทนไว้ เพราะอยากแสดงสปิริตโดยไม่ต้องใช้ไมค์หรือโทรโข่งให้น้องเห็น ยิ่งกับเขาที่เป็นเฮดว้ากแล้ว เลยต้องรับบทพูดมากเป็นพิเศษ
อาทิตย์จึงกระแอมไอเพื่อคลายเส้นเสียงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคคำถามใส่อีกครั้ง
“แล้วคุณรู้มั้ยครับว่าตอนนี้มันกี่โมง”
มีคำงึมงำจากน้อง ๆ ตอบกลับมาไม่เป็นภาษาอีกครั้ง จนคนฟังชักหงุดหงิด ต้องรีบเบรกด้วยไม่อยากจะตะเบ็งเสียงใส่ให้เจ็บคอ
“พอ! ไม่ต้องตอบ! ผมจะบอกให้เอง ตอนนี้เวลา สิบสองนาฬิกา สิบแปดนาที ห้าสิบเจ็ดวินาที พวกคุณมาสาย ปล่อยให้พวกผมต้องยืนรอ ผมอยากรู้ว่านี่มันใช่หน้าที่ของพวกผมเหรอครับ ความรับผิดชอบมีกันบ้างมั้ย หรือพวกคุณไม่ได้เอามันติดตัวมาหาผมด้วย!!”
อาทิตย์กวาดสายตามองน้อง ๆ ซึ่งนอนก้มหน้านิ่งไม่กระดิก เงียบกริบกันไปหมด หลังได้ยินคำด่าประชดร่ายยาว แต่อยากจะบอกว่าที่พูดไปมันแค่นำร่องเบาะ ๆ เพราะของจริงกำลังจะมาชุดใหญ่
“ไม่เป็นไร นี่ถือเป็นครั้งแรก ผมจะให้โอกาสพวกคุณใหม่อีกครั้ง”
คำตัดสินเหมือนรอดโทษประหารชีวิต ทำเอาน้องที่หมอบอยู่หลายคนเผลอถอนหายใจอย่างโล่งอก หากยังปล่อยไม่เต็มปอด เสียงจากเฮดว้ากกลับดังขัดจังหวะ
“แต่....ผมจะสุ่มเรียกให้เพื่อนของคุณมาตอบคำถาม และถ้าเพื่อนคุณตอบไม่ได้ พวกคุณต้องโดนทำโทษทั้งหมด!”
แสงไฟของน้องเฟรชชี่ดับวูบลงทันควัน ความรู้สึกคล้ายคนถูกตบหัวแล้วลูบหลังปิดท้ายด้วยการถีบซ้ำเข้าให้อีกรอบ
...เอาแค่ช่วยกันตอบทั้งรุ่นยังทำให้พี่ว้ากหงุดหงิดไม่พอใจขนาดนี้แล้ว นี่ยังต้องมาฝากความหวังไว้ที่คน ๆ เดียวอีก มันจะไม่ยิ่งพากันตกนรกกันหมดเลยรึไงวะ
...ที่สำคัญ คนถูกสุ่มเรียกต้องถือว่าซวยสุด ๆ เพราะจะต้องแบกภาระชีวิตของทุกคนในรุ่น ถ้าเกิดตอบคำถามจากพี่ว้ากไม่ได้ขึ้นมา นอกจากคนนั้นจะถูกลงโทษแล้ว คงได้รับการสาปแช่งถึงโคตรเหง้าบรรพบุรุษในหลุม
ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องพวกนี้อาทิตย์รู้ดีอยู่แล้ว ถึงตั้งกฎกติกาเอาไว้ และเหยื่อที่เขาเลือกจะถีบลงไปกลางวงให้โดนประณามหยามเหยียดก็มีเพียงแค่คนเดียว
“รหัส 0062 ยืนขึ้น ก้าวออกมาข้างหน้า!!”
เจ้าของชื่อลุกขึ้นก้าวออกมาตามคำสั่ง แม้เพื่อน ๆ อยากจะส่งสายตาให้กำลังใจ แต่ติดตรงที่ต้องก้มหมอบกันอยู่จึงไม่สามารถทำอะไรได้ ตรงข้ามกับมุมมองของเฮดว้ากซึ่งสังเกตเห็นสีหน้าของไอ้เด็กอวดดีอย่างชัดเจนว่ามันเคร่งเครียดกว่าปกติ
หึหึ...สิบปีชำระแค้นยังไม่สาย แต่นี่เพิ่งผ่านมาแค่หนึ่งวัน คนอย่างอาทิตย์ย่อมไม่มีทางลืมว่าเมื่อวานเขาถูกไอ้เด็กนรกมันปีนเกลียวหยามศักดิ์ศรีไปยังไงบ้าง
อยากพาพวกเพื่อนไปนัดกันรุมกระทืบสั่งสอนในที่ลับตาคนเหมือนกัน แต่มันก็ดูไร้อารยธรรมเกินไป เขาเลยต้องเปลี่ยนมาเลือกสถานที่ใหม่ ให้มีพยานเห็นกันชัด ๆ เป็นร้อย ไม่จำเป็นต้องมีการทำร้ายร่างกายใด ๆ บอกแล้วครับว่าเรารับน้องกันอย่างผู้ดีมีการศึกษา ด้วยการใช้วิธีเลือดเย็นกว่า มันถึงจะสะใจสมราคาแค้นของเขา
อาทิตย์นึกกระหยิ่มยิ้มหย่องภูมิใจให้กับแผนการเชือดน้องสุดเพอร์เฟคของตัวเอง เขากวาดสายตามองก้องภพ รหัส 0062 ที่หยุดอยู่ยืนนิ่งเบื้องหน้าเพื่อรอฟังคำถาม ซึ่งเขาเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อย แล้วจึงเอ่ยประโยคชี้ชะตาออกไปด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“ที่ผมถามคุณไปเมื่อวานว่ารุ่นคุณมีทั้งหมดกี่คน คุณจำได้มั้ย!”
“จำได้ครับ คณะวิศวกรรรมศาสตร์รุ่นปี 56 มีนักศึกษาทั้งหมด 1178 คน เฉพาะภาควิชาอุตสาหการมีทั้งหมด 216 คนครับ”
เสียงตอบรัวเร็วฉะฉานทำเอาคนถามถึงกับอึ้ง นึกว่ามันจะไม่รู้ที่ไหนได้ดันไปศึกษาล่วงหน้ามาแล้ว จริง ๆ เขาก็จำไม่ได้หรอกว่านักศึกษาปีหนึ่งของทั้งคณะวิศวะมีกี่คน แต่รายชื่อของนักศึกษาปีหนึ่งภาควิชาอุตสาหการที่เขาไปเช็คมามี 216 คนเป๊ะ แสดงว่าไอ้คนพูดไม่ได้มั่วนิ่มแน่ ๆ
...โห...เคี้ยวยากไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะไอ้น้อง สงสัยเขาคงประเมินฝีมือมันต่ำเกินไป แต่อย่าคิดว่าโดนแค่นี้แล้วเขาจะยอมแพ้ เพราะเขามีแผนสำรองไว้เรียบร้อยแล้ว
“ดี! แต่นี่ไม่ใช่คำถามของผม ผมแค่อยากเตือนความจำคุณ ...คราวนี้ คุณลองมองไปรอบ ๆ แล้วช่วยนับดัง ๆ ให้ผมได้ยินสิว่าเพื่อนของคุณมากันกี่คน”
คนถูกสั่งหันไปตะโกนนับเพื่อนซึ่งก้มลงหมอบตามแถวไปเรื่อย ๆ โดยมีพี่ว้ากยืนรอฟังอย่างใจเย็น ทั้งที่มองแว๊บเดียวก็รู้แล้วว่ายังไงก็ไม่ครบ แต่ที่ต้องให้นับเลข เพราะมันจะยิ่งสร้างบรรยากาศกดดันให้ตึงเครียดมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเสียงนับหยุดลงตรงคนสุดท้าย ซึ่งเป็นตัวเลขอันน่าใจหาย
“เพื่อนของผมมาทั้งหมด 162 คนครับ”
“สรุปแล้วรุ่นของคุณขาดไปกี่คน”
“54 คน ครับ”
คำนวณบวกลบอย่างรวดเร็วสมเป็นเด็กวิศวะ อาทิ